คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการประชุมเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 เรื่อง ขอความเห็นชอบการแก้ไขสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 (ทางพิเศษศรีรัช รวมถึงส่วนดี) และสัญญาโครงการทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด (ทางพิเศษอุดรรัถยา) รวม 2 ฉบับ ซึ่ง ครม. มีมติให้กระทรวงคมนาคมเร่งดำเนินการศึกษาแนวทางการดำเนินการที่เหมาะสมและเป็นไปได้ เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในภาพรวมทั้งระบบ รวมถึงการดำเนินโครงการก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck) หรือการดำเนินโครงการก่อสร้างทางด่วนในเส้นทางอื่น ๆ เพิ่มเติม ทั้งนี้ ให้ดำเนินการศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี แล้วนำเสนอ ครม. ต่อไป

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จึงได้ศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษในภาพรวมทั้งระบบ ซึ่งจากการศึกษาได้มีการรวบรวมข้อมูลสภาพทางกายภาพและสภาพการจราจรบนทางพิเศษและนำมาวิเคราะห์สภาพปัญหาและรูปแบบของปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษ โดยใช้หลักการวิเคราะห์ความจุ (Capacity) และระดับการให้บริการ (Level of Service) ของ Highway Capacity Manual ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลทางด้านวิศวกรรมจราจร
โดยสามารถจำแนกปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษเป็น 5 ลักษณะ ได้แก่

1)   ปัญหาด้านความจุของทางพิเศษไม่เพียงพอ (Over Section Capacity)

2)   ปัญหาจุดตัดกระแสจราจรบริเวณทางร่วมและทางแยก (Weaving & Merging)

3)   ปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณทางลงทางพิเศษ (Off-Ramp Congestion)

4)   ปัญหาการไหลเวียนจราจรบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทาง (Over Toll Plaza Capacity)

5)   ปัญหาจุดคอขวดทางกายภาพบนทางพิเศษ (Bottleneck)

โดยสามารถระบุพื้นที่หลักที่เกิดปัญหาการจราจรบนทางพิเศษ แบ่งตามพื้นที่ (Corridor) ได้เป็น 3 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ 1 (Corridor 1) : ทางพิเศษศรีรัช ช่วงงามวงศ์วาน-พญาไท-พระราม 9 พื้นที่ 2 (Corridor 2) : ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ช่วงมักกะสัน-ท่าเรือ-บางนา และพื้นที่ 3 (Corridor 3) : ทางพิเศษฉลองรัช พร้อมแนวทางในการแก้ไขปัญหา และเสนอโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร วิเคราะห์ความเหมาะสมเบื้องต้น รวมถึงจัดลำดับความสำคัญและจัดทำแผนเบื้องต้นในการแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษในภาพรวมทั้งระบบ เนื่องจากโครงการแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษมีขนาดโครงการที่แตกต่างกันจึงแบ่งกลุ่มการจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาการจราจรเป็น 2 กลุ่ม โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2565-2569) และระยะที่ 2 (พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป) ดังนี้

1)   แผนการแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษในปัจจุบัน จำนวน 21 โครงการ แบ่งเป็นระยะที่ 1 (พ.ศ. 2565-2569) จำนวน 16 โครงการ และระยะที่ 2 (พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป) จำนวน 5 โครงการ

2)   แผนการโครงการทางพิเศษเพิ่มเติม จำนวน 11 โครงการ แบ่งเป็น ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2565-2569) จำนวน 5 โครงการ และระยะที่ 2 (พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป) จำนวน 6 โครงการ

ต่อมาคณะอนุกรรมการประสานการแก้ไขปัญหาการจราจรและขนส่งระยะเร่งด่วนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในการประชุมครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2564 และคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ในการประชุมครั้งที่ 2/2564 เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2564 ได้มีมติรับทราบผลการศึกษาเบื้องต้น และความคืบหน้าของการศึกษาการแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางพิเศษรวมถึงรับทราบว่าเพื่อให้สามารถเร่งดำเนินการโครงการแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษ ระยะที่ 1 ที่มีความจำเป็น กทพ. จึงจะดำเนินการเตรียมการคู่ขนาน ได้แก่ การศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)ของโครงการคณะกรรมการ กทพ. ในการประชุมครั้งที่ 13/2564 เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 ได้มีมติเห็นชอบแผนการแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษในภาพรวมทั้งระบบ และให้ กทพ. นำเสนอกระทรวงคมนาคมเพื่อพิจารณาก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ทั้งนี้ ให้ กทพ. รับข้อสังเกตของคณะกรรมการ กทพ.ไปพิจารณาดำเนินการ ดังนี้

1)   ศึกษาความเป็นไปได้ของรูปแบบการลงทุนของโครงการตามแผนการแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษ ว่ารูปแบบใดมีความเหมาะสมในการดำเนินการ เช่น กทพ. ดำเนินการเองหรือการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) เป็นต้น

2)   ตรวจสอบข้อกฎหมายหรือสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนโครงการ เช่น โครงการทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 (งามวงศ์วาน-พระราม 9) เข้าข่ายเป็นทางที่มีลักษณะแข่งขันกับทางพิเศษศรีรัชหรือไม่ เป็นต้น ดังนั้น กทพ. จึงจะว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อดำเนินงานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงินและผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษ ระยะที่ 1 จำนวน 16 โครงการ ซึ่งรายละเอียดโครงการแก้ไขปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษ ระยะที่ 1 (เบื้องต้น) และแนวเส้นทางของโครงการฯ (เบื้องต้น) เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษ รวมทั้งเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านการคมนาคมและรองรับรูปแบบการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ใส่ความเห็น

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment