ปัจจุบัน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำร่างกฎหมายลำดับรอง (เฉพาะมาตราเร่งด่วน ที่อยู่ในความรับผิดชอบ) ตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 โดยมีขอบเขตเนื้อหาสาระของร่างกฎหมายลำดับรองและร่างแบบของประกาศที่เกี่ยวข้อง และในปี 2563 กรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนินการจัดทำ (ร่าง) กฎกระทรวงหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อการอนุรักษ์ และการพัฒนาทรัพยากรน้ำสาธารณะ ซึ่งปัจจุบันแล้วเสร็จและอยู่ระหว่างการเสนอเรื่องตามขั้นตอน แต่ยังขาดรายละเอียดเกี่ยวกับสาระสำคัญที่กำหนดไว้ตามหมวด 6 การอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรน้ำสาธารณะ ประเด็นหลักเกณฑ์และวิธีการ รวมถึงมาตรการและแนวทางการปฏิบัติ ตามมาตรา 78

ดังนั้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงาน อีกทั้งเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วนและเกี่ยวข้องกับสหวิชาการหลายด้าน อาทิ ด้านกฎหมาย ด้านวิศวกรรม ด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงต้องพิจารณาด้านเทคนิคและวิธีการที่หลากหลายที่เป็นเรื่องใหม่ตามที่ปรากฏตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่เคยดำเนินการ ภายใต้อำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยความเห็นชอบของ กนช. และในฐานะรัฐมนตรีที่มีหน้าที่กำกับดูแล กรมทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบทรัพยากรน้ำสาธารณะโดยตรง ตามคำนิยามในมาตรา ๔ วรรคสอง อันประกอบด้วย แม่น้ำ ลำคลอง ทางน้ำ บึง พื้นที่ชุ่มน้ำ และแหล่งน้ำตามธรรมชาติอื่น ๆ รวมถึงแหล่งน้ำตามที่นายกรัฐมนตรีอาจกำหนด จึงมีความจำเป็นที่ต้องศึกษา วิเคราะห์ กำหนดแนวทางการทำงาน พร้อมจัดทำแผนปฏิบัติการ (แผนระดับ 3) รองรับการทำงาน รวมถึงจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการ รวมถึงมาตรการเพื่อการอนุรักษ์และการพัฒนาทรัพยากรน้ำสาธารณะ หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นเพื่อประกอบการทำงาน บังคับใช้ โดยแผนปฏิบัติการอย่างน้อยต้องกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบสิ่งที่จะต้องดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนงานไปสู่การปฏิบัติ รวมถึงกรอบเวลาการทำงานให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ สามารถนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อขับเคลื่อนงานไปสู่เป้าหมายที่กำหนดต่อไปซึ่งจะเกี่ยวข้องกับแนวทางและวิธีการทำงานอื่น ๆ อาทิ

หมวด 1 ทรัพยากรน้ำ มาตรา 6 “รัฐมีอำนาจใช้ พัฒนา บริหารจัดการ บำรุงรักษา ฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างสมดุลยั่งยืน…”และตามวรรคสอง ที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดให้หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดเป็นผู้รับผิดชอบควบคุมดูแลและบำรุงรักษาทรัพยากรน้ำสาธารณะแห่งใดก็ได้ และตามวรรคสาม กำหนดให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนั้น มีอำนาจออกระเบียบหรือข้อบัญญัติท้องถิ่น แล้วแต่กรณี เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การเข้าใช้สอยทรัพยากรน้ำสาธารณะนั้นตามกรอบและแนวทางที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติกำหนด โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าว ต้องไม่ใช่หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดสรรน้ำและการใช้น้ำตามที่กำหนดในหมวด 4 การจัดสรรน้ำและการใช้น้ำ

หมวด 6 การอนุรักษ์และการพัฒนาทรัพยากรน้ำสาธารณะ มาตรา 79 “ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะเกิดความเสียหายต่อทรัพยากรน้ำสาธารณะ…” และ

หมวด 8 ความรับผิดทางแพ่งในกรณีที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรน้ำสาธารณะ ตามมาตรา 83 และ 84 หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น กรมทรัพยากรน้ำ จึงได้กำหนดให้ว่าจ้างที่ปรึกษา อันประกอบด้วย บริษัท เอ กรุ๊ป คอนชัลแตนท์ จำกัด บริษัท อินฟราทรานส์ คอนซัลแตนท์ จำกัด และสำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อทำการศึกษาโครงการค่าใช้จ่ายในการทำแผนปฏิบัติการรองรับการทำงานตามหมวด 6 มาตรา 78 การอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรน้ำสาธารณะ โดยมีกำหนดการแล้วเสร็จภายใน 270 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2564 และสิ้นสุดในวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2564

ใส่ความเห็น

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment