ปัจจุบัน กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง ให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง 2 เส้นทาง ได้แก่ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 สายกรุงเทพมหานคร – บ้านฉาง ช่วงกรุงเทพฯ – มาบตาพุด และทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก) ช่วงบางปะอิน – บางพลี
เป็นโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองที่มีการควบคุม การสัญจรของยานพาหนะในการเข้าและออกอย่างสมบูรณ์ตลอดเส้นทาง (Fully Controlled Access) ซึ่ง 2 เส้นทางดังกล่าวได้มีการศึกษาและออกแบบให้มีที่พักริมทาง เพื่อเป็นจุดแวะพักสำหรับผู้ใช้ทาง และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ โดยที่พักริมทาง ถือเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวง ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการผู้ใช้ทางหลวงพิเศษใช้เป็นจุดแวะพักในการผ่อนคลายอิริยาบถจากการเดินทางเป็นระยะเวลานาน ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น พื้นที่จอดรถ ห้องน้ำ ที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ที่จำหน่ายสินค้าและบริการ สถานีบริการเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะ และบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก ปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทางหลวงพิเศษ ตลอดจนช่วยให้ผู้ใช้ทางประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้าและออกจากระบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองโดยไม่จำเป็น

ปัจจุบันกรมทางหลวงได้เปิดให้บริการที่พักริมทางแล้ว 4 ตำแหน่ง บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ได้แก่ (1) จุดพักรถ (Rest Stop) ลาดกระบัง บริเวณ กม.21+700 (2) สถานที่บริการทางหลวง (Service Area) บางปะกง บริเวณ กม.49+300 (3) จุดพักรถ (Rest Stop) หนองรี บริเวณ กม.72+500และ (4) จุดพักรถ (Rest Stop) มาบประชัน บริเวณ กม.119+200 และเปิดให้บริการที่พักริมทางแล้ว 1 ตำแหน่งบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 ได้แก่ (1) จุดพักรถ (Rest Stop) ทับช้าง บริเวณ กม.48+800

ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องตามมาตรฐานและลักษณะที่พักริมทางในเขตทางหลวงพิเศษและทางหลวงสัมปทาน พ.ศ. 2566 กรมทางหลวงมีแผนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์เพิ่มเติมบนที่พักริมทางเดิม และก่อสร้างพัฒนาที่พักริมทางแห่งใหม่เพิ่มเติม 2 ตำแหน่ง ได้แก่ (1) สถานที่บริการทางหลวง (Service Area) บางละมุงบริเวณ กม.137+800 บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 และ (2) จุดพักรถ (Rest Stop) คลองหลวง บริเวณ กม.20+800 บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น รวมถึงศึกษา ทบทวน ความเหมาะสมของที่พักริมทางปัจจุบัน โดยให้สอดคล้องตามมาตรฐานและลักษณะที่พักริมทางในเขตทางหลวงพิเศษและทางหลวงสัมปทาน พ.ศ. 2566 เพื่อรองรับการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเจริญเติบโตของปริมาณจราจรในระยะยาวได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น

การพัฒนาและดูแลบริหารจัดการที่พักริมทางจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนและทรัพยากรในการบริหารจัดการในระยะยาว ประกอบกับภาครัฐมีข้อจำกัดด้านความคล่องตัวและไม่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ ดังนั้น เพื่อเป็นการลดภาระด้านงบประมาณของภาครัฐและส่งเสริมให้เอกชนใช้ศักยภาพในการบริหารจัดการโครงการ กรมทางหลวงจึงเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการลงทุนและบริหารจัดการที่พักริมทาง เพื่อให้การลงทุนพัฒนาและดูแลบริหารจัดการโครงการการให้เอกชนร่วมลงทุนในการพัฒนาและบริหารจัดการที่พักริมทางบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 และหมายเลข 9 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยอำนาจมาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 ในการอนุญาตให้เอกชนเข้าลงทุนเพื่อจัดให้มีหรือเข้าบริหารจัดการที่พักริมทาง กรมทางหลวง จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการศึกษาวิเคราะห์โครงการและแนวทางการให้เอกชนมีส่วนร่วมลงทุนและบริหารจัดการโครงการที่พักริมทางบนทางหลวงพิเศษ รวมถึงรูปแบบ วิธีการ เงื่อนไขในการอนุญาต การจัดให้มีและการบริหารจัดการที่พักริมทางหรือสิ่งก่อสร้างอื่นใดในเขตทางหลวงพิเศษเพื่อพัฒนาโครงการที่พักริมทางสำหรับให้บริการผู้ใช้ทางอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตลอดจนกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment