กรมเจ้าท่าได้ก่อสร้างท่าเรืออเนกประสงค์ดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2549 รองรับเรือได้ขนาดไม่เกิน 500 ตันกรอส ประกอบไปด้วย ท่าเรืออเนกประสงค์ กว้าง 10 เมตร ยาว 371 เมตร จำนวน 1 ท่า ท่าจอดเรือเฟอร์รี่พื้นที่ 1,460 ตารางเมตร จำนวน 2 ท่า อาคารบริการเขื่อนป้องกันตลิ่ง และถนนทางเข้า ท่าเรือดังกล่าวช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการขนส่งทางน้ำ ทั้งผู้โดยสาร สินค้า และรถยนต์ ก่อให้เกิดการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออก และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านโลจิสติกส์

ท่าเรืออเนกประสงค์ดอนสัก ปัจจุบันประสบปัญหาที่สำคัญคือ ความยาวหน้าท่าไม่เพียงพอในการรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ อีกทั้งร่องน้ำตื้นเขินมีความลึกไม่เพียงพอ มีสันดอนใต้น้ำ การสัญจรของเรือเข้า-ออกท่าเรือในบางครั้งต้องรอระดับน้ำขึ้นน้ำลง และไม่สามารถรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นปัญหาสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ ทำให้ประเทศเสียโอกาสทางการแข่งขัน และเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาวอีกด้วย ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องได้รวมตัวกันขอให้กรมเจ้าท่าพัฒนาปรับปรุง ขยายท่าเรืออเนกประสงค์ดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้สามารถรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ที่มีความต้องการเข้าจอดเทียบท่าได้ ซึ่งการพัฒนาท่าเรือในบริเวณดังกล่าวเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม เป็นการพัฒนาโครงข่ายด้านโลจิสติกส์ทางทะเล ให้เกิดการเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบสอดรับกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งเป็นการพัฒนาศักยภาพและยกระดับคุณภาพชีวิต พัฒนาระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยให้ดีขึ้นด้วยการเชื่อมโยงการขนส่งทางน้ำระหว่างภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ฝั่งตะวันออกเป็นปัจจัยที่จำเป็นและสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ รองรับการขยายตัวด้านการส่งออก ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศไทย

กรมเจ้าท่า ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการพัฒนาการขนส่งทางน้ำ อันได้แก่ การก่อสร้างท่าเทียบเรือ เขื่อนกันทรายและคลื่น เขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง เสริมทรายชายหาด และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมทั้งมาตรการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการขนส่งทางน้ำเพื่อให้บริการแก่ประชาชนผู้ใช้การขนส่งทางน้ำ อันเป็นการพัฒนาการขนส่งทางน้ำ ทั้งในด้านการขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว-โดยสารได้เล็งเห็นว่า ท่าเทียบเรือดอนสักเป็นท่าเรือสำคัญของภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีความต้องการของเรือและสินค้าผ่านท่า เป็นท่าเรือสำคัญที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับภูมิภาคและประเทศ  ปัจจุบันท่าเทียบเรือมีองค์ประกอบที่ไม่สามารถรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ได้ และใช้งานได้ไม่เต็มศักยภาพ สมควรได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้เป็นท่าเรือน้ำลึกที่สามารถรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ ต่อยอดเศรษฐกิจของจังหวัดสุราษฎร์ธานี สร้างความเจริญให้เกิดขึ้นในพื้นที่ ส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ  เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น เป็นการยกระดับฐานะและคุณภาพชีวิตให้มีความเข้มแข็งและมั่นคงมากยิ่งขึ้น จากผลการดำเนินงานโครงการศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้น เพื่อพัฒนาท่าเรือน้ำลึกดอนสักแห่งที่ 2 จังหวัดสุราษฎร์ธานีพบว่า ตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกดอนสักแห่งที่ 2 จังหวัดสุราษฎร์ธานี อยู่ที่บริเวณท่าเรืออเนกประสงค์ดอนสัก (แหลมทวด) เป็นบริเวณที่ตั้งท่าเรือในปัจจุบันที่กรมเจ้าท่าเคยก่อสร้างไว้ เนื่องจากมีระบบสาธารณูปโภคดเดิมรองรับ รวมไปถึงมีความเหมาะสมในด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม แต่เนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นโครงการขนาดใหญ่ อีกทั้งภาครัฐมีข้อจำกัดด้านทรัพยากรในการดำเนินโครงการ ดังนั้น รูปแบบการการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Public Private Partnership : PPP) ซึ่งเป็นรูปแบบที่ยอมรับในระดับนานาชาติ สมควรถูกนำมาใช้เพื่อจัดทำโครงการซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวที่เป็นหน้าที่ของรัฐ โดยรัฐมอบหมายหน้าที่ให้เอกชนดำเนินการแทนผ่านสัญญาร่วมลงทุน กรมเจ้าท่าจึงมีความประสงค์จะจ้างที่ปรึกษาที่มีความชำนาญงานในด้านวิศวกรรมชายฝั่ง (Coastal Engineering) วิศวกรรมท่าเรือ (Port Engineering) การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และการวิเคราะห์ให้เอกชนร่วมลงทุนกับภาครัฐ ดำเนินการศึกษา สำรวจออกแบบและจัดทำรายงานการประเมิณผลกระทบสิ่งแวดล้อม ท่าเรือน้ำลึกดอนสักแห่งที่ 2 จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ใส่ความเห็น

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment