พื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นระบบนิเวศนึ่งที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ พืช และสัตว์ โดยพื้นที่ชุ่มน้ำให้บริการของระบบนิเวศ เช่น เป็นแหล่งน้ำและกักเก็บน้ำในฤดูแล้งและฤดูฝน เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ รวมถึงเป็นแหล่งสร้างอาชีพและรายได้ของประชาชน แต่ในปัจจุบันเกิดการสูญหายและความเสื่อมโทรมของพื้นที่ชุ่มน้ำจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น
การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการใช้ประโยชน์ที่ดินในรูปแบบอื่น ๆ เช่น เป็นพื้นที่เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และพัฒนาชุมชนเมือง เป็นต้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่มีสถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลทำให้ชนิดพันธุ์และระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความเปราะบางเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงและสูญหายของระบบนิเวศของพื้นที่ชุ่มน้ำ ไม่สามารถให้บริการของระบบนิเวศและใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำได้ รวมถึงยังส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ประเทศไทยมีการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่นการดำเนินงานในระดับนานาชาติ โดยการเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ (Ramsar Convention) ซึ่งเป็นความตกลงระหว่างรัฐบาล ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และยับยั้งการสูญหายของพื้นที่ชุ่มน้ำในโลก โดยสนับสนุนให้มีการใช้ประโยชน์อย่างชาญฉลาดและยั่งยืน ซึ่งประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาฯ ในลำดับที่ 110 เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2541 รวมถึงการเสนอพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญของประเทศไทยเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Site) ในทะเบียนรายนามของอนุสัญญาฯ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยได้ขึ้นทะเบียนแล้วทั้งสิ้น จำนวน 15 แห่ง และในส่วนการดำเนินงานในระดับชาติ ประเทศไทยได้มีการศึกษาสำรวจสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำทั่วประเทศ ในปี 2539 เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ซึ่งจากผลการศึกษาดังกล่าวก่อให้เกิดมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นกรอบนโยบายและการดำเนินงานภายในประเทศ ได้แก่ 1) มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2543 เรื่องทะเบียนรายนามพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติของประเทศไทย และมาตรการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ 2) มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2552 เรื่อง การทบทวนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2543 เรื่อง ทะเบียนรายนามพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติของประเทศไทย และมาตรการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ และ 3) มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2558 เรื่อง การทบทวนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2552 เรื่อง
การทบทวนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2543 เรื่อง ทะเบียนรายนามพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติของประเทศไทย และมาตรการอนุรักษ์ พื้นที่ชุ่มน้ำ ข้อ 10 นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำนโยบายและแผนการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมการดูแลรักษาพื้นที่ชุ่มน้ำให้สามารถเกื้อกูลประโยชน์ต่อสรรพชีวิต กรมทรัพยากรน้ำในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งมีความซับซ้อนมาก ต้องใช้ข้อมูลหลากหลายและต้องใช้สหวิทยาการ ในการบริหารจัดการ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการดำเนินงานโครงการค่าใช้จ่ายในการจัดทำ Ramsar Information Sheet เพื่อเสนอ Ramsar Site ของประเทศไทย 4 แห่ง เพื่อสนับสนุนและขับเคลื่อนการดำเนินงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำสาธารณะและพื้นที่ชุ่มน้ำและเสนอพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทยให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Site) ตามอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ (Ramsar Convention)
ต่อไป

ใส่ความเห็น

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment